วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บำบัดความเครียด... สมาธิบำบัด


Image
บำบัดความเครียด.......... สมาธิบำบัด

เครียด เครียด เครียด .........เครียด เครียด เครียด ชีวิตประจำวันของคนทำงานทำให้ดัชนีความเครียดของคนไทยพุ่งสูงปรี๊ด ความเครียดทำให้สุขภาพเราแย่ลง ทำให้เราป่วยง่ายขึ้น ที่สำคัญสำหรับสาวๆ เครียดมากๆทำให้หน้าแก่ก่อนวัยได้นะ เมื่อเรารู้สึกเครียดร่างกายเราจะหลั่งฮอร์โมน Adrenaline จากต่อมหมวกไต ถ้าเครียดมากก็หลั่ง Adrenaline มากขึ้นฮอร์โมนความเครียดก็จะไปยับยั้งการทำงานของอวัยวะสำคัญทั้งหมด เช่นหัวใจ ไต ตับ ปอด ทำให้อวัยวะสำคัญของเราเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็พร้อมใจกันหยุดทำงานเพราะฮอร์โมนความเครียดไปทำให้ภูมิต้านของร่างกายเราต่ำลง ต่ำลง เรียกว่าโรคเครียดนอกจากทำแก่ง่ายแล้วยังทำให้ถึงตายได้นะเนี่ย


- ผ่อนคลายความเครียดด้วยการทำสมาธิ
การทำสมาธิถือได้ว่าเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ลึกซึ้งที่สุด สมาธิทำให้จิตใจสงบนิ่ง แต่มีสติ หยุดความคิดที่ฟุ้งซ่าน วิตกกังวล หรืออารมณ์ด้านลบทั้งหลาย เมื่อเราทำสมาธิจะรู้สึกสบายขึ้นเพราะจะมี Hormoneชื่อ Endorphins หลั่งออกมาในขณะที่จิตใจสงบนิ่ง ฮอร์โมน Adrenaline จากต่อมหมวกไต ก็จะหยุดหลั่ง และในขณะนั้นเองเมื่อจิตสงบสมองส่วน Hypothalamus จะสั่งให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรงขึ้น ภูมิต้านทานของเราก็จะสร้างเพิ่มขึ้นหลังจากถูกยับยั้งด้วยฮอร์โมนความ เครียด การทำสมาธินี้ดีมาก มาก สำหรับคนที่กำลังบำบัดมะเร็งเพราะ เมื่อภูมิต้านทานกระเตื้องขึ้นการกำจัดcell มะเร็งก็จะเป็นไปตามที่ต้องการ

- ทำสมาธิแบบไหนดี?
การทำสมาธิที่สามารถบำบัดโรคที่เกิดจากความเครียด ความกังวล ไม่ใช่โรคที่เกิดจากเชื้อโรคโดยตรง แต่สามารถรักษาใจที่เป็นทุกข์อันเกิดจากโรคได้ วิธีฝึกสมาธิบำบัดมีหลายวิธี ได้แก่ การนั่งภาวนา เดินจงกรม การแผ่เมตตา การอธิษฐานจิต การฝึกใช้พลังภายในร่างกาย การใช้พลังภายนอก การฝึกเพ่งลูกแก้ว และอย่างน้อยควรทำวันละ 2 ครั้ง ถ้าทำได้

- ท่าที่สบายที่สุด 
จะนั่งขัดสมาธิหรือจะนอนหงายวางแขนไว้ข้างตัวก็ได้ ให้เป็นท่าที่เรารู้สึกสบายตัวที่สุด แล้วก็เลือกสถานที่ที่เรารู้สึกผ่อนคลาย สบายๆไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป อุณหภูมิในห้องสบาย ๆ
หลับตาลงจะได้ตัดตัวเองออกจากโลกภายนอก จิตจะได้สงบง่ายขึ้น แล้วเริ่มด้วยการกำหนดลมหายใจโดยสูดหายใจเข้าช้า ๆ ให้ท้องพอง หายใจออกช้า ๆให้ท้องแฟบ สัก 3 ครั้ง ให้สังเกตลมที่ผ่านเข้าออกทางจมูกว่ากระทบถูกอะไรบ้าง
จากนั้นให้หายใจให้สบาย กำหนดจิตของตนไปรับรู้ลมหายใจเข้าออก โดยไม่ต้องสนใจเสียงรอบข้าง ให้รับรู้เฉย ๆ ถ้าจิตมันจะวอกแวกนึกนั่นนึกนี่ แว่บไปหาเพื่อนคนโน้นคนนี้ นึกห่วงงานที่นั่นที่นี่บ้างก็ดึงสมาธิกลับมาอยู่กับลมหายใจ แรก ๆ อาจทำยากมาก เหมือนเราหัดเดินตั้งไข่ครั้งแรก ล้มบ้าง ลุกบ้างแต่ถ้าพยายามเข้าในที่สุดเราก็จะเดินได้การทำสมาธิก็เช่นกัน ถ้าเราพยายามขยันดึงจิตกลับมาอยู่กับลมหายใจ ทำซ้ำ ๆ สม่ำเสมอ ในที่สุดจิตก็จะเชื่อง และเริ่มนิ่ง เมื่อเข้าถึงสมาธิก็จะได้ความรู้สึกปีติรู้สึกสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมา ก่อน เพราะ ฮอร์โมนEndorphins หลั่งออกมา และ ฮอร์โมนความเครียด Adrenaline ที่ต่อมหมวกไตก็จะหยุดหลั่งออกมา และเมื่อเข้าสมาธิได้แล้วก็ควรทำเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ๆ ละไม่ต่ำกว่า 15 นาที
- เทคนิคการฝึกหายใจ 
โดยปกติแล้วการหายใจด้วยอก ชีพจรจะเต้นเร็ว เหนื่อยง่าย ต้องหายใจถี่ๆแต่ถ้าหายใจด้วยท้องชีพจรจะเต้นช้า ในทางวิทยาศาสตร์เราอธิบายได้ว่าเป็นการกระตุ้นกะบังลม ที่กะบังลมจะมีเส้นประสาทวากัส (Vagus) ซึ่งเส้นประสาทตัวนี้เป็นพาราซิมพาเทติก เป็นเส้นประสาทมีผลต่อการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อ เพิ่มการทำงานของลำไส้ เส้นประสาทวากัส (Vagus) จะส่งคลื่นไปที่สมอง ทำให้หลอดเลือดขยาย ความดันเลือดลดลง ชีพจรเต้นช้า หายใจช้า ดังนั้นเราจึงต้องฝึกหายใจลงไปที่ท้องแทน
เทคนิคการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อทุกระบบในร่างกายหดตัว เวลาเครียดเรามักจะทำหน้านิ่วคิ้วขมวด กำหมัด กัดฟัน ทุกครั้งที่รู้สึกเครียด ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวเกิดอาการเจ็บปวด เช่น ปวดต้นคอ ปวดหลัง ปวดไหล่
- การฝึกคลายกล้ามเนื้อ
จะช่วยลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อลง เพราะในขณะที่ฝึก จิตใจ ของเราจะจดจ่ออยู่กับการคลายกล้ามเนื้อ ความคิดฟุ้งซ่าน และความวิตกกังวลก็ลดลง ช่วยให้จิตใจจะมีสมาธิมากขึ้น
วิธีการฝึก เลือกนั่งในท่าที่สบาย เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ถอดรองเท้า หลับตา ทำใจให้ว่าง ตั้งใจจดจ่ออยู่ที่กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ 10 กลุ่ม โดยการปฏิบัติดังนี้คือ
1. มือและแขนขวา โดยกำมือ เกร็งแขน แล้วคลาย
2. มือและแขนซ้าย ทำเช่นเดียวกัน
3. หน้าผาก เลิกคิ้วสูงแล้วคลาย ขมวดคิ้วแล้วคลาย
4. ตา แก้ม จมูก ให้หลับตาแน่น ย่นจมูก แล้วคลาย
5. ขากรรไกร ลิ้น ริมฝีปาก โดยกัดฟัน ใช้ลิ้นดันเพดานปากแล้วคลาย เม้มปากแน่นแล้วคลาย
6. คอ โดยก้มหน้าให้คางจรดคอแล้วคลาย เงยหน้าจนสุดแล้วคลาย
7. อก ไหล่ และหลัง โดยหายใจเข้าลึกๆกลั้นไว้ แล้วคลาย ยกไหล่สูงแล้วคลาย
8. หน้าท้องและก้น โดยการแขม่วท้อง แล้วคลาย ขมิบก้นแล้วคลาย
9. เท้าและขาขวา โดยเหยียดขา งอนิ้ว แล้วคลาย เหยียดขา กระดกปลายเท้าแล้วคลาย
10. เท้าและขาซ้าย ทำเช่นเดียวกัน
ข้อแนะนำ
ระยะเวลาที่เกร็งกล้ามเนื้อ ให้น้อยกว่าระยะเวลาที่ผ่อนคลาย เช่น เกร็ง 3-5 วินาที ผ่อนคลาย 10-15 วินาที
ควรฝึกประมาณ 8-12 ครั้ง เพื่อให้เกิดความชำนาญ
เมื่อคุ้นเคยกับการผ่อนคลายแล้ว ให้ฝึกคลายกล้ามเนื้อได้เลยโดยไม่ต้องเกร็งก่อนหรืออาจเลือกคลายกล้ามเนื้อ เฉพาะส่วนที่มีปัญหาก็ได้ เช่น บริเวณใบหน้า คอ หลัง ไหล่ เป็นต้น ไม่จำเป็นต้องคลายกล้ามเนื้อทั้งตัวแต่ถ้ามีเวลาทำได้ทั้งหมดก็จะดีมากมาก สำหรับตัวคุณเอง

- ฝึกสมาธิประจำ แก้ได้หลายโรคหากฝึกสมาธิเป็นประจำ จิตใจก็เบิกบาน สมองแจ่มใส จิตใจเข้มแข็ง อารมณ์เย็น พร้อมตลอดเวลาไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรมากระทบ สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยความมั่นใจในตัวเอง เมื่อมีสมาธิที่เข้มแข็ง ปัจจุบันมีการวิจัยและค้นพบข้อดีของการทำสมาธิเช่น 
  • ช่วยปรับสภาวะสมดุลของร่างกายให้เป็นปกติ ทำให้อัตราการหายใจและชีพจรช้าลง
  • ทำให้คลื่นสมองสงบ กล้ามเนื้อผ่อนคลายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ระดับฮอร์โมนที่ถูกระตุ้นจากความเครียดลดลง 
  • แก้ปัญหานอนไม่หลับได้ถึงร้อยละ 75 และ
  • ช่วยให้ผู้ที่ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ใช้ยาแก้ปวดลดลงจาก เดิมร้อยละ 34
  • ช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคเอดส์ มีอาการทุกข์ทรมานลดน้อยลงกว่าการรักษาเฉพาะทางทางยา
  • ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน ความถี่หรือความรุนแรงของอาการจะลดลงร้อยละ 32
และยังพบอีกว่าในการรักษาผู้ป่วยโรค หลอดเลือดหัวใจตีบตัน ผู้ที่มีความเชื่อมั่นในศาสนาจะหายเร็ว กว่า ตรงกันข้ามกับคนที่ไม่นับถือศาสนาอะไรเลย จะมีอัตราการตายมากกว่าผู้นับถือศาสนาถึง 3 เท่า
ในสหรัฐอเมริกา มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิล และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย พบผลตรงกันว่า ชาวพุทธที่นั่งสมาธิเป็นประจำ สมองในส่วนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอารมณ์ที่ดี และ ความคิดด้านบวกจะทำงานกระฉับกระเฉงกว่า ช่วยผ่อนคลายความเครียด และทำให้สมองส่วนที่เป็นศูนย์กลางความทรงจำด้านร้ายสงบลง และการนั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้อารมณ์แปรปรวน ตกใจ เกรี้ยวกราด หรือหวาดกลัวลดลงด้วย
แพทย์โรคหัวใจจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ให้คนไข้โรคหัวใจฝึกสมาธิระหว่างบำบัดด้วยยาไปด้วยและได้ผลเป็นที่น่าพอ ใจ เพราะทำให้ความดันโลหิตและความเครียดลดลงอย่างมาก
ฉะนั้นถ้าอยากมีสุขภาพดี ไม่แก่ง่าย ตายเร็ว ก็ต้องเริ่มการฝึกทำสมาธิและต้องเริ่มทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลย อย่าได้ผัดผ่อนเด็ดขาด
..................
บทความจาก

กฟผ. ระบายน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณเพิ่ม

กฟผ. ระบายน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณเพิ่ม
กรุงเทพฯ  20  ส.ค.-นายกิตติ  ตันเจริญ  ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  (กฟผ.)  เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของ กฟผ. เมื่อวันที่  16 สิงหาคมที่ผ่านมา  เวลา 24.00 น.  ว่า มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ กฟผ. ทั้งหมด 37,769 ล้านลูกบาศก์เมตร  คิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุน้อยกว่าปีที่แล้วร้อยละ 17  หรือ   -7,105 ล้าน ลบ.ม.  โดยอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ในภาคเหนือซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และเป็นอ่างเก็บน้ำหลักในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย รวมทั้งภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา นั้น ในปีนี้มีปริมาณน้ำในอ่างฯ น้อยกว่าปีที่แล้วมากถึงร้อยละ 38 หรือ -6,851 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีปริมาณน้ำในอ่างฯ น้อยกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมากเช่นเดียวกัน มีเพียงอ่างเก็บน้ำในภาคตะวันตกที่มีปริมาณน้ำในอ่างฯ มากกว่าปีที่แล้ว  เนื่องจากปีนี้ฝนตกทางภาคตะวันตกค่อนข้างมาก

นายกิตติ  กล่าวว่า  ในระยะนี้เขื่อนที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด  คือ  เขื่อนวชิราลงกรณในภาคตะวันตก เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดกาญจนบุรี และตาก ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม เป็นต้นมา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนวชิราลงกรณในปริมาณมาก โดยตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม-ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนรวม 2,375 ล้าน ลบ.ม. หรือเฉลี่ยวันละ 103 ล้าน ลบ.ม. จนถึงปัจจุบันยังคงมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 100 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ปริมาณในอ่างฯ จากก่อนหน้านี้มีเพียงร้อยละ 55  ของความจุ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 75 ของความจุ ทั้งนี้  เขื่อนวชิราลงกรณได้เพิ่มการระบายน้ำในปริมาณที่ไม่กระทบต่อสภาพน้ำด้านท้ายตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2555 เป็นต้นมา ปัจจุบันระบายน้ำประมาณวันละ 40 ล้าน ลบ.ม. ตามมติคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ และคณะอนุกรรมการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำ  โดยจะปรับลดตามความสามารถที่ท้ายน้ำสามารถรับได้   ซึ่ง กฟผ. และกรมชลประทานจะมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันเขื่อนวชิราลงกรณเหลือช่องว่างรองรับน้ำได้อีก 2,175 ล้าน ลบ.ม.  จึงต้องติดตามเพื่อปรับแผนการรระบายน้ำให้ใกล้ชิดกว่าเขื่อนอื่น

สำหรับอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ได้วางแผนพร่องน้ำเพื่อเตรียมการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยมาตั้งแต่ต้นปี ทำให้มีช่องว่างสามารถรับน้ำได้อย่างปลอดภัย ปัจจุบัน เขื่อนภูมิพล มีปริมาตรน้ำ 6,349 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 46 ของความจุ น้อยกว่าปีที่แล้วร้อยละ 35 หรือ -3,363 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำใช้งานได้ 2,549 ล้าน ลบ.ม. มีช่องว่างรองรับน้ำได้อีก  7,113 ล้าน ลบ.ม. โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (10-16 ส.ค.) มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน 167 ล้าน ลบ.ม. หรือเฉลี่ยวันละ 24 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำตามแผนการใช้น้ำรวม 58 ล้าน ลบ.ม. หรือเฉลี่ยวันละ 8 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าในกรณีน้ำเฉลี่ยเขื่อนภูมิพลจะมีปริมาตรน้ำเก็บกักเมื่อสิ้นสุดฤดูฝน (31ต.ค. 55)  ร้อยละ 69  ของความจุ และหากสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝนอยู่ในเกณฑ์น้ำมากเขื่อนภูมิพลสามารถเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 77 ของความจุ ซึ่งจะมีน้ำต้นทุนสำหรับการใช้น้ำในปีหน้ามากขึ้น

เขื่อนสิริกิติ์  มีปริมาตรน้ำ 4,877 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 51 น้อยกว่าปีที่แล้วร้อยละ 42 หรือ -3,488 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำใช้งานได้ 2,027 ล้าน ลบ.ม. มีช่องว่างรองรับน้ำได้อีก 4,633 ล้าน ลบ.ม. ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน 446 ล้าน ลบ.ม. หรือเฉลี่ยวันละ 64 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าสัปดาห์ก่อน ๆ ระบายน้ำตามแผนการใช้น้ำรวม 105 ล้าน ลบ.ม. หรือเฉลี่ยวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าในกรณีน้ำเฉลี่ยเขื่อนสิริกิติ์จะมีปริมาตรน้ำเก็บกักเมื่อสิ้นสุดฤดูฝน (31 ต.ค. 55) ร้อยละ 74  ของความจุ และหากสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝนอยู่ในเกณฑ์น้ำมากเขื่อนสิริกิติ์สามารถเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 83 ของความจุ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปริมาณฝนในภาคเหนือว่าหากไม่มีพายุพัดผ่านจะมีปริมาณฝนใกล้เคียงค่าเฉลี่ยหรือมากกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ดังนั้น  โอกาสที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากเหมือนปีที่แล้วคงไม่มี หรือหากมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนในเกณฑ์มาก ช่องว่างในเขื่อนทั้ง  2  ที่มีรวมกันกว่า 11,000 ล้าน ลบ.ม. จะสามารถเก็บกักน้ำ  เพื่อบรรเทาสภาพท้ายน้ำได้เป็นอย่างดี

ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ  เขื่อนวชิราลงกรณ หากแนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ระดับน้ำในอ่างฯ สูงเกินระดับน้ำควบคุมตัวบน หรือ Upper Rule Curve ปัจจุบันจึงได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำตามความเหมาะสมที่ท้ายน้ำสามารถรับน้ำได้  จึงขอประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำให้เตรียมการขนย้ายสิ่งของที่ขวางทางน้ำขึ้นที่สูงให้พ้นน้ำต่อไป  ซึ่งคาดว่าสภาพฝนตกหนักคงจะคลี่คลายลงประมาณปลายเดือนกันยายน 2555 ทั้งนี้ กฟผ. และกรมชลประทานจะติดตาม และประสานงานกันอย่างใกล้ชิด  เพื่อให้การระบายน้ำไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพท้ายน้ำ .-สำนักข่าวไทย
 


ที่มา : สำนักข่าวไทยMCOT

หลุด หน้าจอ Nokia Windows Phone 8

หลุด หน้าจอ Nokia Windows Phone 8

แหล่งข่าวจากเว็บไซต์ CnBeta เผยภาพหน้าจอที่คาดว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนตัวใหม่ของโนเกีย
 


แหล่งข่าวจากเว็บไซต์ CnBeta เผยภาพหน้าจอที่คาดว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนตัวใหม่ของโนเกีย ซึ่งจะรันบนระบบปฎิบัติการ Windows Phone 8 ซึ่งโนเกียน่าจะเปิดตัวภายในเดือนกันยายนนี้ ที่งาน Nokia World 2012
สำหรับหน้าจอดังกล่าว ถูกระบุว่ามีขนาด 4.3 นิ้ว และคาดว่ามีความละเอียดอยู่ที่ 768 x 1280 พิกเซล อีกทั้งในส่วนด้านบนหน้าจอ ยังมีโลโก้ของโนเกีย และด้านล่างหน้าจอมีโลโก้ของ Windows Phone 8 ติดอยู่ อย่างไรก็ตาม ความจริงจะปรากฏก็ต่อเมื่อการเปิด
ตัวอย่างเป็นทางการที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้2012-08-16 17:40:36   By   http://www.siamphone.com/


แจ่มใส ปูพื้นฐานการเป็นนักเขียน

แจ่มใส ปูพื้นฐานการเป็นนักเขียน

โครงการ ค่ายเรื่องเล่านิยายรัก ปี 2 ติวเข้มความรู้ด้านการเขียน และเทคนิคสร้างสรรค์นิยายสมัยใหม่กับมืออาชีพ กิ่งฉัตร ปิยะพร ศักดิ์เกษม ภัสรสา มุฑิตา นภชล และวีสาม


หลังจากประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าอบรมปูพื้นฐานการเขียนกับโครงการค่ายเรื่องเล่า... นิยายรัก ปี 2 กันแล้ว ล่าสุดแจ่มใสพาเหล่าว่าทีนักเขียนทั้ง 10 คน ติวเข้มความรู้ด้านการเขียน และเทคนิคสร้างสรรค์นิยายสมัยใหม่กับมืออาชีพ กิ่งฉัตร, ปิยะพร ศักดิ์เกษม, ภัสรสา, มุฑิตา, นภชล และวีสาม พร้อมกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์แจ่มใส ร่วมเป็นวิทยากรเต็มอิ่มความรู้ 2 วันเต็ม ณ แจมคลับ (ซอยข้างเมเจอร์ปิ่นเกล้า)
แจ่มใส ปูพื้นฐานการเป็นนักเขียน

เปิดฉากอบรมความรู้ จุดชนวนความคิดการวางพล็อตเรื่องและสร้างตัวละครกับนักเขียนแจ่มใส แนวความรู้สึกดี... ที่เรียกว่ารัก นำโดย นภชล, วีสาม, มุฑิตา และภัสรสา ถ่ายทอดเทคนิคการใช้สำนวนภาษาและสร้างจุดไคลแมกซ์เรื่องให้น่าสนใจ พร้อมรับฟังคอมเมนต์ดีๆ จากวิทยากรมืออาชีพ ร่วมกันติชมและชี้แนวทางสร้างผลงานให้สมจริง เทคนิคไม่ลับให้ผู้เข้าอบรมนำไปปรับใช้ในงานเขียนกันง่ายๆ ก่อนจะไปตอกย้ำความสำเร็จกับกิ่งฉัตรและปิยะพร ศักดิ์เกษม ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตรง เผยเกร็ดความรู้สำหรับนักเขียนมือใหม่ให้เหล่า ผู้เข้าอบรมมีแนวทางเริ่มต้นสู่อาชีพนักเขียนกันอย่างจริงจัง
แจ่มใส ปูพื้นฐานการเป็นนักเขียน

จากนั้นแจ่มใสขับกล่อมทุกคนด้วยเสียงเพลงซึ้งๆ ของคุณ Hamuae (lele) ที่มาพร้อม 2 บทเพลงหวานจากแรงบันดาลใจนิยายรัก เรื่องความลับในฟาร์มรักของนภชล สู่บทเพลง ลืมเสียงหัวใจ และเพลงฟังเสียงของหัวใจ ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า ตรึงใจผู้ฟังให้อินตามตั้งแต่ต้นจนจบในงานนี้
แจ่มใส ปูพื้นฐานการเป็นนักเขียน

ปิดท้ายกันที่พิธีมอบใบประกาศนียบัตรและของที่ระลึกพิเศษให้เหล่าว่าที่นักเขียนเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพผลงานที่ทุกคนสามารถพัฒนาต่อยอดงานเขียนเพื่อรับโอกาสเป็นนักเขียนตัวจริง อีกหนึ่งความตั้งใจของแจ่มใสในการเฟ้นหานักเขียนหน้าใหม่มาประดับวงการวรรณกรรมไทย ติดตามโครงการดีๆ แบบนี้ได้ที่ www.jamsai.com

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ตบสนั่นเว็บ! คลิปนักเรียนหญิงตบกันที่พิษณุโลกระบาด


ตบสนั่นเว็บ! คลิปนักเรียนหญิงตบกันที่พิษณุโลกระบาด

ตบสนั่นเว็บ! คลิปนักเรียนหญิงตบกันที่พิษณุโลกระบาด
ตบสนั่นเว็บ! คลิปนักเรียนหญิงตบกันที่พิษณุโลกระบา


วันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดการเผยแพร่คลิปฉาวของเยาวชนไทยอีกแล้ว โดยมีผู้โพสต์คลิปของนักเรียนหญิงสองคนตบตีกัน ทั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่กลุ่มนักเรียนหญิงซึ่งอยู่ในชุดลูกเสือ จำนวนประมาณ 20 คน ยืนล้อมวงเชียร์นักเรียนหญิงสองคนที่กำลังรุมตบกันอย่างเมามัน ทั้งยังใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพคลิปเก็บไว้อีกด้วย
ล่าสุดทราบแล้วว่าเด็กนักเรียนในคลิปดังกล่าวกำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าบุคคลในคลิปเป็นนักเรียนคนไหน

คนบ้าผลักสาวประเภทสองตกถนน ถูกรถเมล์ทับหัวดับ


คนบ้าผลักสาวประเภทสองตกถนน ถูกรถเมล์ทับหัวดับ

คนบ้าผลักสาวประเภทสองตกถนน ถูกรถเมล์ทับหัวดับ

หนุ่มวิกลจริตคลั่ง ผลักสาวประเภทสองตกถนนหน้ายูนิเซฟ พระอาทิตย์ ถูกรถเมล์สาย 64 ทับหัว ดับอนาถ
เมื่อเวลาประมาณ 07.10 น. เช้าวันนี้ (13 ก.ค.) เกิดเหตุชายวิกลจริต ผลักสาวประเภทสองที่กำลังเดินอยู่บนทางเท้าบริเวณหน้าองค์การยูนิเซฟ ถ.พระอาทิตย์ ตกลงไปในถนน เป็นเหตุให้รถโดยสารร่วมประจำทางสาย 64 เส้นทางนนทบุรี - สนามหลวง ที่ขับผ่านมาพอดีเบรกไม่ทัน และล้อหลังทับศีรษะของผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อคือ นายสุรเชษฐ์ ศรีตระกิจ อายุ 36 ปี ส่วนชายเสียสติได้วิ่งหลบหนีไปหลังก่อเหตุดังกล่าว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัว

รวบแก๊งปล้น เซเว่น อีเลฟเว่นนนทบุรี


รวบแก๊งปล้น เซเว่น อีเลฟเว่นนนทบุรี


นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.นนทบุรี พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.ปิยะ สอนตระกูล พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ณัฐพล ศุกระศร รอง ผบก. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายคณิศร ป้อมเจริญ อายุ 18 ปี นายชาคร สุขสุมิตร อายุ 18 ปี นายณัฐวุฒิ อายุ 19ปี นายธีรวุฒิ ประดับเพชร อายุ 19 ปี นายพุฒิพงษ์ ปรีชาศาสตร์ อายุ 20 ปี นายจิรภัทร อายุ 19 ปี นายชิณธรณ์ คงทรัพย์ อายุ17 ปี พร้อมด้วยของกลางรถจยย. ที่ใช้ในการก่อเหตุ 3 คัน อาวุธมีดปลายแหลม โดยกล่าวหาว่าร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 55 เวลา 01.00 น. คนร้าย 4 คน พร้อมอาวุธมีดเข้าปล้นทรัพย์ที่ร้าน 7- 11 สาขาบางขุนกอง - ราชพฤกษ์ ในท้องที่ สภ.บางกรวย ก่อนใช้อาวุธมีดที่เตรียมมา ขู่บังคับให้พนักงานส่งเงินให้ 39,000 บาท จากนั้นเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 55 เวลา 02.00 น. คนร้าย 6 คน ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่ร้าน 7 -11 ในเขต สภ.บางศรีเมือง ได้เงินสดไป 3,000 บาท แล้วหลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นชุดเดียวกันที่ออกปล้นชิงทรัพย์ในครั้งนี้ จึงทำการสืบสวน และนำภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านที่เกิดเหตุทั้ง 2 แห่งมาตรวจสอบและพบว่าเป็นฝีมือของผู้ต้องหาทั้งหมดที่จับกุมตัวได้

โดยนายณัฐวุฒิ ซึ่งเป็นนักศึกษาอยู่ ปี 1ย่านรังสิต กับนายจิรภัทร ซึ่งเป็นนักศึกษา อีกสถาบันหนึ่ง ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยว่า "พวกตนเพิ่งรวมตัวกันออกก่อเหตุ ปล้นชิงทรัพย์ที่ร้าน 7 - 11 ในเขต สภ.บางศรีเมือง สภ.บางกรวย สน.สำราญราษฏร์ สน.เตาปูน สน.ตลิ่งชัน เป็นครั้งแรก โดยต้องการนำเงินที่ปล้นได้ไปช่วยเพื่อนนักศึกษาหญิงที่เรียนอยู่ที่เดียวกัน ประสบอุบัติเหตุ รถจยย.คว่ำ นอนอยู่ที่ รพ.ธนบุรี 2 และต้องผ่าตัดสมองเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 170,000 บาท โดยรวบรวมเงินที่ได้เพื่อช่วยเหลือเพื่อน อยากขอโทษพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และทางมหาลัยที่ต้องทำเรื่องที่ผิดในครั้งนี้ ทั้งๆที่ในวันพรุ่งนี้ตนเองก็ต้องสอบ รู้สึกเสียใจกับความคิดเพียงชั่ววูบ แต่ต้องหมดอนาคต "กล่าวเสร็จ นายณัฐวุฒิ และนายจิรภัทร พร้อมเพื่อนๆถึงกับร้องไห้ปล่อยโฮในห้องขัง